หมวดหมู่: Uncategorized

Uncategorized

วิธีที่จะช่วยให้การซ่อมแอร์รถยนต์ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและใช้งานได้นาน

  1. ก่อนจะสตาร์ตเครื่องยนต์ทุกครั้ง ควรตรวจดูสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ว่าอยู่ในลักษณะใด เปิดหรือปิด ถ้าหากเปิดอยู่ให้กดปิดเสียก่อนที่จะสตาร์ตเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์ต้านทานการหมุนของเครื่องยนต์ในขณะสตาร์ต
  2. หลังจากเครื่องยนต์ติดเรียบร้อยแล้ว ให้เปิดสวิตช์พัดลมของเครื่องปรับอากาศก่อน โดยปรับไปที่ตำแหน่งความเร็วสูงสุด ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที เพื่อไล่ลมร้อนจากช่องปรับอากาศหลังจากนั้น จึงเปิดสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ปรับสวิตช์ที่ใช้ปรับระดับความเย็นไปที่ตำแหน่งเย็นสุด แล้วจึงปรับสวิตช์ควบคุมความเร็วของพัดลมและสวิตช์ควบคุมระดับความเย็นลงสู่ ตำแหน่งที่สัมพันธ์กับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารตามต้องการ
  3. หลังจากเลิกใช้งานก่อนดับเครื่องยนต์ ควรปิดสวิตช์คอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ก่อน เพื่อหยุดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ แต่ยังคงเปิดสวิตช์พัดลมแอร์ไว้ในตำแหน่งที่แรงสุดเพื่อให้พัดลมแอร์เป่าลม ผ่านตัวคอยล์เย็นหรือตู้แอร์ จะมีสภาพเปียกชื้น และมีหยดน้ำมาเกาะอยู่ในขณะที่คอมเพรสเซอร์ทำงาน และเพื่อเป็นการไล่ความชื้นออกจากตัวคอยล์เย็นให้เร็วขึ้น

วิธีนี้ เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดความอับชื้น สาเหตุทำให้แอร์มีกลิ่นเหม็นอับ รวมทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวคอยล์เย็นให้ผุกร่อนช้าลงกว่าเดิม ใช้เวลาเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น สำหรับปัญหาการเกิดกลิ่นอับที่ออกมาจากช่องปรับอากาศ สามารถแก้ไขได้โดยจอดรถในที่โล่งแจ้ง แดดส่อง จากนั้น เปิดประตูรถให้หมดทุกบาน จอดรถตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนกว่ากลิ่นอับจะจางหายไป แต่ถ้ากลิ่นอับยังคงรุนแรงเหมือนเดิม ควรนำรถซ่อมแอร์รถยนต์ใกล้บ้าน http://starairsoundbangbuathong.com/

Be the First to comment. Read More
Uncategorized

ความหมายของสัญญาณไฟกระพริบ

เวลาขับขี่ผ่านแยกต่างๆ สิ่งหนึ่งที่เรามักได้เห็นอยู่เป็นประจำก็คือ “สัญญาณไฟจราจร” ซึ่งมักจะถูกติดเอาไว้ตามแยกต่างๆ โดยเฉพาะแยกที่มีปริมาณของการใช้รถเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุผลหลักของการมีไฟกระพริบจราจร ก็คือ เพื่อควบคุมการใช้รถใช้ถนนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยังช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย

แต่กระนั้นผู้ขับขี่ก็มักจะไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับไฟจราจรเท่าที่ควรและบางคนยังไม่รู้ถึงความหมายของสัญญาณไฟจราจรที่ถูกต้องอีกด้วย บทความนี้จึงเขียนขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่ต้องการสอบใบขับขี่ใหม่ ให้ได้รู้และเข้าใจความหมายของไฟจราจรที่ถูกต้อง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้ขับขี่รถบนท้องถนนอย่างปลอดภัย

สัญญาณไฟจราจรอื่นๆ

สัญญาณไฟสีแดงที่มีเครื่องหมายรูปกากบาทเฉียงอยู่เหนือช่องเดินรถ หมายถึง ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถผ่านในช่องเดินรถนั้น

สัญญาณไฟกระพริบสีแดง ซึ่งมักจะมีอยู่ตามทางร่วมทางแยก หมายถึง ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด และเมื่อเห็นว่าปลอดภัยหรือไม่เป็นการกีดขวางการจราจรจึงให้ขับรถต่อไปด้วยความระมัดระวัง

สัญญาณไฟกระพริบสีเหลือง ซึ่งมักจะมีอยู่ตามทางร่วมทางแยก หมายถึง ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถลงและขับผ่านทางเดินรถนั้นไปด้วยความระมัดระวัง

สัญญาณไฟจราจร ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ล้วนแต่เป็นสัญญาณที่สำคัญในการใช้รถใช้ถนนอย่างยิ่ง หากผู้ขับขี่ไม่เข้าใจความหมายที่ถูกต้องและไม่ปฏิบัติตามความหมายที่ถูกต้องของสัญญาณไฟ ก็อาจจะนำพามาซึ่งความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นและตนเองได้ เช่น ทำให้การจราจรติดขัด หรือ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น

Be the First to comment. Read More
Uncategorized

ทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างคำชมเชยและการสรรเสริญ

ทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างคำชมเชยและการสรรเสริญ

คุณกระตุ้นพนักงานของคุณอย่างไรและให้พวกเขาตัดสินใจที่จะดำเนินการผลิตที่ยอดเยี่ยมต่อไป? ด้วยพลังแห่งการสรรเสริญ ในฐานะผู้จัดการการสรรเสริญสามารถใช้เป็นคำแสดงความเห็นชอบของคุณได้ การรับรู้นี้สามารถบอกพนักงานของคุณว่าพวกเขากำลังทำอะไรได้ดีและสิ่งที่ควรทำต่อไป

เมื่อให้การสรรเสริญอย่างไรก็ตามคุณต้องมั่นใจว่าเป็นของแท้และมีความหมาย พนักงานของคุณจะสามารถบอกได้ว่าคุณกำลังพยายามสรรเสริญพวกเขาหรือไม่และอาจเป็นอันตรายต่อภาพลักษณ์ของคุณ เพื่อให้การสรรเสริญมีประสิทธิภาพคุณต้องการหางานที่คุณคิดว่าทำได้ดีและได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี

ปลายใหญ่อื่น ๆ ที่ต้องจำไว้ก็คือ การชมเชยไม่เหมือนกับการสรรเสริญ

เมื่อคุณให้การสรรเสริญพนักงานควรเป็นมากกว่าความคิดเห็นเกี่ยวกับลักษณะหรือชุดของบุคคล การสรรเสริญเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำและพฤติกรรม

นี่คือตัวอย่าง:

คุณกำลังทำงานกับพนักงานที่คุณสวมใส่อย่างดีและในโครงการสุดท้ายการนำเสนอของเขาเป็นอย่างดีออกอย่างละเอียดและแสดงให้เห็นว่าเวลาที่เขาใส่ในการวิจัย

คำชมเชยคือถ้าคุณบอกเขาว่าคุณคิดว่าชุดสูทของเขาดูดีมาก

การสรรเสริญก็คือถ้าคุณบอกเขาว่าคุณชื่นชมกับความทุ่มเทของเขาในโครงการและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ความแตกต่างเป็นที่ชัดเจนเพื่อดู คำชมเชยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานหรือการทำงานของพนักงาน การสรรเสริญในทางกลับกันสามารถมั่นใจได้ว่างานที่พวกเขากำลังทำนั้นคุ้มค่า ในขณะที่ไม่ควรให้คำชมเชยเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจว่าคำ ชมเชยเหล่านี้ไม่ได้มาแทนที่การสรรเสริญ ถ้าคุณไม่รู้จักพนักงานของคุณพวกเขาจะไม่มีแรงจูงใจในการทำงานมากกว่าการทำงานปานกลาง

ตัวอย่างอื่น ๆ ของสถานการณ์ที่ดีที่จะสรรเสริญพนักงานของคุณรวมถึงเมื่อ:

พวกเขาได้ริเริ่มใหม่
ให้การบริการลูกค้าที่ดีเยี่ยม
สร้างผลงานที่ดีในโครงการอย่างต่อเนื่อง
ข้อควรจำอีกประการหนึ่งคือการสรรเสริญและข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์บางครั้งควรแยกออกจากกัน ถ้าคุณทำตาม “งานดีๆ … ” ด้วย “… แต่คราวหน้าอย่าลืม … ” อาจทำให้ท้อใจ ใช่เป็นสิ่งสำคัญที่จะบอกพนักงานของคุณว่าพวกเขาสามารถปรับปรุงได้อย่างไร แต่ทุกครั้งทีเดียวการยืนเคียงข้างการสรรเสริญจะแสดงให้เห็นว่าคุณตระหนักถึงการทำงานอย่างหนักที่พวกเขาได้ทำไว้
ใช้เวลาในการสรรเสริญพนักงานของคุณและดูว่ามีผลกระทบต่อ บริษัท ของคุณอย่างไร ทุกคนควรได้รับการยกย่องเป็นครั้งคราวและอาจเป็นแรงจูงใจที่พนักงานของคุณต้องการ!

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทีมและผลผลิตโปรดเยี่ยมชมบล็อกและโพสต์บล็อกของเรา ” ผลอันน่าอัศจรรย์ของการสรรเสริญ”

Be the First to comment. Read More