คลังเก็บรายเดือน: ตุลาคม 2017

วิธีที่จะช่วยให้การซ่อมแอร์รถยนต์ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและใช้งานได้นาน

  1. ก่อนจะสตาร์ตเครื่องยนต์ทุกครั้ง ควรตรวจดูสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ว่าอยู่ในลักษณะใด เปิดหรือปิด ถ้าหากเปิดอยู่ให้กดปิดเสียก่อนที่จะสตาร์ตเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์ต้านทานการหมุนของเครื่องยนต์ในขณะสตาร์ต
  2. หลังจากเครื่องยนต์ติดเรียบร้อยแล้ว ให้เปิดสวิตช์พัดลมของเครื่องปรับอากาศก่อน โดยปรับไปที่ตำแหน่งความเร็วสูงสุด ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที เพื่อไล่ลมร้อนจากช่องปรับอากาศหลังจากนั้น จึงเปิดสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ปรับสวิตช์ที่ใช้ปรับระดับความเย็นไปที่ตำแหน่งเย็นสุด แล้วจึงปรับสวิตช์ควบคุมความเร็วของพัดลมและสวิตช์ควบคุมระดับความเย็นลงสู่ ตำแหน่งที่สัมพันธ์กับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารตามต้องการ
  3. หลังจากเลิกใช้งานก่อนดับเครื่องยนต์ ควรปิดสวิตช์คอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ก่อน เพื่อหยุดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ แต่ยังคงเปิดสวิตช์พัดลมแอร์ไว้ในตำแหน่งที่แรงสุดเพื่อให้พัดลมแอร์เป่าลม ผ่านตัวคอยล์เย็นหรือตู้แอร์ จะมีสภาพเปียกชื้น และมีหยดน้ำมาเกาะอยู่ในขณะที่คอมเพรสเซอร์ทำงาน และเพื่อเป็นการไล่ความชื้นออกจากตัวคอยล์เย็นให้เร็วขึ้น

วิธีนี้ เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดความอับชื้น สาเหตุทำให้แอร์มีกลิ่นเหม็นอับ รวมทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวคอยล์เย็นให้ผุกร่อนช้าลงกว่าเดิม ใช้เวลาเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น สำหรับปัญหาการเกิดกลิ่นอับที่ออกมาจากช่องปรับอากาศ สามารถแก้ไขได้โดยจอดรถในที่โล่งแจ้ง แดดส่อง จากนั้น เปิดประตูรถให้หมดทุกบาน จอดรถตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนกว่ากลิ่นอับจะจางหายไป แต่ถ้ากลิ่นอับยังคงรุนแรงเหมือนเดิม ควรนำรถซ่อมแอร์รถยนต์ใกล้บ้าน http://starairsoundbangbuathong.com/

ความหมายของสัญญาณไฟกระพริบ

เวลาขับขี่ผ่านแยกต่างๆ สิ่งหนึ่งที่เรามักได้เห็นอยู่เป็นประจำก็คือ “สัญญาณไฟจราจร” ซึ่งมักจะถูกติดเอาไว้ตามแยกต่างๆ โดยเฉพาะแยกที่มีปริมาณของการใช้รถเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุผลหลักของการมีไฟกระพริบจราจร ก็คือ เพื่อควบคุมการใช้รถใช้ถนนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยังช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย

แต่กระนั้นผู้ขับขี่ก็มักจะไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับไฟจราจรเท่าที่ควรและบางคนยังไม่รู้ถึงความหมายของสัญญาณไฟจราจรที่ถูกต้องอีกด้วย บทความนี้จึงเขียนขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่ต้องการสอบใบขับขี่ใหม่ ให้ได้รู้และเข้าใจความหมายของไฟจราจรที่ถูกต้อง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้ขับขี่รถบนท้องถนนอย่างปลอดภัย

สัญญาณไฟจราจรอื่นๆ

สัญญาณไฟสีแดงที่มีเครื่องหมายรูปกากบาทเฉียงอยู่เหนือช่องเดินรถ หมายถึง ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถผ่านในช่องเดินรถนั้น

สัญญาณไฟกระพริบสีแดง ซึ่งมักจะมีอยู่ตามทางร่วมทางแยก หมายถึง ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด และเมื่อเห็นว่าปลอดภัยหรือไม่เป็นการกีดขวางการจราจรจึงให้ขับรถต่อไปด้วยความระมัดระวัง

สัญญาณไฟกระพริบสีเหลือง ซึ่งมักจะมีอยู่ตามทางร่วมทางแยก หมายถึง ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถลงและขับผ่านทางเดินรถนั้นไปด้วยความระมัดระวัง

สัญญาณไฟจราจร ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ล้วนแต่เป็นสัญญาณที่สำคัญในการใช้รถใช้ถนนอย่างยิ่ง หากผู้ขับขี่ไม่เข้าใจความหมายที่ถูกต้องและไม่ปฏิบัติตามความหมายที่ถูกต้องของสัญญาณไฟ ก็อาจจะนำพามาซึ่งความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นและตนเองได้ เช่น ทำให้การจราจรติดขัด หรือ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น